คอลัมน์ … คุย ไปเรื่อยกับ…น้าเข้!
น้ำมันขาดแคลน คุยกับแฟนก็ต้องดับไฟ
บทเพลงน้ำมันขาดแคลนของคุณพี่สรวง สันติ ที่โดงดังในยุคจอมพลถนอม และนับเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยเจอวิกฤตน้ำมันแพงอย่างจังหนับ

ว่ากันว่าราคาน้ำมันในยุคนั้นขยับขึ้น ห้าสิบสตางค์ เบนซิน จาก 2.09 บาท เป็น 2.50 บาทต่อลิตร ดีเซลจาก 1.05 บาท เป็น 1.41 บาทต่อลิตร เป็นวิกฤตน้ำมันที่คนไทยต้องผจญกับราคาที่ผันผวนปรับตัวสูงขึ้นยาวนานนับสิบๆ ปี รุนแรงถึงขนาดทำให้รัฐบาลล้ม
“ผมขอลาออกจากราชการ” พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ นายกรัฐมนตรี แถลงสั้นๆ หลังจากโดนม็อบขับไล่เพราะแก้ปัญหาน้ำมันแพงไม่ได้
ทั้งๆ ที่รัฐบาลใช้มาตรการเข้มงวด ปิดปั๊ม ปิดบาร์ และที่จำได้ไม่ลืม…ปิดอาบอบนวด
ไม่น่าเชื่อ….วันนี้มาตรการนี้จะถูกนำมาใช้อีกครั้ง ปิดปั๊มเมื่อวันวานคนรุ่นเก่ายังเดือดร้อน แล้วมาปิดปั๊มในยุคนี้ “นายกหนู” ของผม จะอยู่รอดเหรอ ? เพราะปั๊มน้ำมันวันนี้มันไม่เหมือนกับวันวาน
วันวานแค่แวะเติมน้ำมัน แต่วันนี้ทุกสรรพสิ่งที่ต้องการในการดำรงชีวิตอยู่ที่ปั๊ม แล้วเมื่อปิดปั๊ม ชีวิตจะอยู่ได้หรือ อย่าว่าแต่คนเมืองเลย คนชนบทยังต้องเดือดร้อนระดับแสนสาหัส
จริงอยู่วิกฤตน้ำมันที่เกิดขึ้นมันเกิดจากปัจจัยภายนอก ปัญหาของผู้ผลิต โดยเฉพาะอิหร่าน ว่าตั้งแต่ยุคแรกสงครามอาหรับอิสราเอล แล้วมากรณีล้มบัลลังก์พระเจ้าซาร์ สงครามอ่าวเปอร์เซีย ฯลฯ ในขณะที่รัฐไทยก็มีแนวทางแก้ไขมาโดยตลอด ยั่งยืนบ้างไม่ยั่งยืนบ้าง แต่เป้าหมายหลักพยายามที่จะปรับจากการ “จัดหา” มาเป็น “พลังงานทดแทน”
จากโชติช่วงชัชวาล ยันแนวคิดยึดโรงกลั่น
แต่ไม่ว่าคิดอะไรทำแบบไหน เวลาคุยกับแฟนยังต้องปิดไฟทุกครั้ง อย่างไรก็ตามยุคนี้มาแตกต่างอีกเรื่องคือถอดสูททำงาน สั่งการให้ปรับแอร์เหลือ 27 องศา กระนั้นถ้ามองในองค์รวม ต้องยอมรับกันเถอะ โครงการรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้คนไทยประหยัดพลังงาน….ประเทศไทยล้มเหลวไม่เป็นท่า ยังเป็น”เบอร์ 5 บ้าเห่อ” เหมือนเดิม
ทฤษฎีESG แค่เกมสร้างภาพลักษณ์
คงต้องนับเวลาถอยหลัง อ่ะไม่ใช่…นับเวลารอคอยรัฐบาลหนู 2 จะจริงใจจริงจังในการปลูกจิตสำนึกให้คนไทยประหยัดพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพแค่ไหน
แต่อย่างว่าล่ะครับ! ปัญหาวิกฤตพลังงานรอบใหม่ที่ทำให้คนไทยต้องสาหัส เงินเฟ้อ ค่าครองชีพพุ่ง ดอกเบี้ยบานอย่างนี้ เจอชื่อว่าที่รัฐมนตรีพลังงาน ไม่”ขิง” ก็ ”ท๊อป”
จัดกิจกรรม “สวดมนต์ข้ามปี”ประเดิมรับรัฐบาลกันเลยดีกว่าน่ะโยม!



