ห้ามรถไฟเข้ากรุง … บ้าไปแล้ว!

บก.

 

ห้ามรถไฟเข้ากรุง … บ้าไปแล้ว!

 

อารมณ์ของผู้คนในบ้านเมืองยามนี้ เชื่อว่าคงอยู่ในภาวะอิดหนาระอาใจรัฐบาลเสี่ยหนู เพราะเสนาบดีแต่ละท่านรังสรรค์ผลงานให้ชาวบ้านเห็นถึงภูมิปัญญา และพฤติกรรมที่เรียกประสาชาวบ้านว่า…สันดาน!

แต่ละเสนาบดี ผลงานความคิดเหลือรับประทานจริงๆ

อย่างกรณีล่าสุด”รถไฟชนรถเมล์” ไม่รู้ว่ารัฐมนตรีช่วยชงให้รัฐมนตรีว่าการคิดหรือคนใกล้ชิด ส่งข้อมูลให้พูดว่า ปัญหาอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในครั้งนี้  ต้องแก้ด้วยวิธีการห้ามรถไฟเข้ามาวิ่งในเมือง

ใครช่วยคิดหรือคิดเอง  ชาวบ้านสรุปแล้ว…เสนาบดีบ้องตื้น!

ปัญหาความแออัดของเมืองใหญ่ ปัญหาการเดินทางของผู้คน ต้องแก้ด้วยระบบขนส่งมวลชน  และรู้กันทั้งเมืองว่า ระบบขนส่งมวลชนที่เรามีอยู่ทุกวันนี้ เป็นระบบขนส่งสาธารณะที่เชื่อมต่อไม่ครอบคลุม

กระทรวงคมนาคมเองก็ยังชูวิสัยทัศน์ว่า จะสร้างระบบขนส่งเชื่อมโยงถนน-ราง-น้ำ-อากาศ อย่างครอบคลุมไร้รอยต่อ

แต่เสนาบดีคนปัจจุบัน กลับทะลึ่งหั่นรอยต่อ  สงสัยยังเมาน้ำมันไม่สร่าง!

จุดตัดรถไฟกับถนนหลักใน กทม. นั้น เป็นจุดตัดที่อยู่ในพื้นที่CBD หรือย่านศูนย์กลางธุรกิจ เป็นส่วนใหญ่ หรืออย่างน้อยๆ เป็นพื้นที่ชุมชนที่อยู่อาศัยหนาแน่น

ดังนั้นจุดตัดเหล่านี้ไม่อาจเลี่ยงรถติดได้  แล้วทำไมท่านเสนาบดีไม่ทำให้ ทางรถไฟที่วิ่งผ่านถนนที่ติดขัดอย่างนี้  จัดเป็นพื้นที่สำหรับการรับส่ง เป็น feeder ลงรถเมล์ขึ้นรถไฟ ลงรถไฟขึ้นMRT

ฉากทัศน์ feeder ที่ว่านี้มีให้เห็นเป็นตัวอย่าง  ในจุดตัดแยกบางขุนนนท์ ถนนจรัญสนิทวงศ์   รถไฟที่จะเข้าสถานีบางกอกน้อยทุกขบวน ก่อนที่จะวิ่งผ่านถนนจรัญสนิทวงศ์ ต้องจอดรับส่งผู้คนที่สถานีบางขุนนนท์ทุกครั้ง  และผู้โดยสารก็สามารถเชื่อมต่อการเดินด้วยรถไฟฟ้า หรือรถเมล์ได้เลย  เพราะมีสถานีมีป้ายอยู่ใกล้ๆ

เสียดายที่การเชื่อมต่อนี้ แม้ว่าระยะทางจะสั้นแต่ไม่มีCovered Walkway กันฝนกันแดด  เฉกเช่นเดียวกัน รถไฟสายตะวันออกจะมาจากแปดริ้วหรือมาจากมักกะสัน  ก่อนจะข้ามถนนพระราม 9 จำต้องจอดแบบภาคบังคับ เพราะเป็นสถานี feeder ที่มีตารางเดินรถแน่นอน เพื่อให้ผู้คนได้เดินทางเชื่อมต่อ รถเมล์หรือรถไฟฟ้า MRT เข้าสู่ย่าน CBD ได้อย่างไร้รอยต่อ ไม่ว่าไปย่านอโศก สุขุมวิท  รัชดา ลาดพร้าว ฯลฯ

รัฐบาลก็ลงทุนไม่เยอะ ไม่ต้องคิดมาก กินเบี้ยเลี้ยงกินอาหารเบรกที่ต้องประชุมกัน 3 เดือน เพียงแค่ลงทุนสร้างหลังคาเป็น Covered Walkway  รื่นเริงบันเทิงสมกันทุกฝ่าย ไม่ต้องเครียดกับการนั่งรถเมล์ที่จอดคร่อมทางรถไฟ คนรถไฟก็ไม่ต้องเครียดว่าจุดตัดข้างหน้า รถยนต์จะติดขวางทางหรือไม่ เพราะถึงยังไงๆต้องจอดให้ผู้โดยสารลงอยู่แล้ว

ส่วนจุดตัดอื่นๆ ก็ใช้หลักคิดเดียวกัน จัดทำเป็นที่หยุดรถ ป้ายหยุดรถถ เพื่อเป็น feeder เชื่อมต่อการเดินทางของผู้คน  และที่สำคัญแนวคิดอย่างนี้ ซึ่งต้องหมายรวมการแก้ไขปัญหาการจราจรในจุดตัดรถไฟ มีการคิดแก้ไข คิดดำเนินการอย่างเป็นระบบถึงขนาดจัดทำเป็นแผนแม่บท M-MAP 2 (Mass Rapid Transit Master Plan in Bangkok Metropolitan Region) หรือแผนแม่บทการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ระยะที่ 2( 2568-2583)โดยมีสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)  เป็นเจ้าของแผนงาน

เป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมโดยแท้ แล้วมาปล่อยให้เจ้ากระทรวงโดนชาวบ้านกล่าวหาว่าบ้องตื้นได้อย่างไร

 

เรื่องบ้องตื้นจริงๆ ที่เจ้ากระทรวง ไม่เคยอ่านแผนแม่บท M-MAP 2 … หุยฮาไม่ออกจริงๆ!

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Next Post

รองผู้ว่าฯ สุโขทัย เปิดเมืองต้อนรับคณะ นักท่องเที่ยว สื่อมวลชน "สุขทันที ที่เที่ยวสุโขทัย-กำแพงเพชร"

รองผู้ว่าฯ สุโขทัย เปิดเมืองต้อนรับคณะ นักท่องเที่ […]

You May Like

Subscribe US Now