“ภาคภูมิ” ผ่า งบปี 2570 ซัด รัฐบาลจัดสรรงบ “หนักบน-เบาล่าง” ชี้ ตัดงบพัฒนาเศรษฐกิจ-ท้องถิ่น แต่เพิ่มงบส่วนกลางและภาระหนี้

บก.

 

“ภาคภูมิ” ผ่า งบปี 2570 ซัด รัฐบาลจัดสรรงบ “หนักบน-เบาล่าง” ชี้ ตัดงบพัฒนาเศรษฐกิจ-ท้องถิ่น แต่เพิ่มงบส่วนกลางและภาระหนี้ แฉ งบดับไฟป่าลงพื้นที่เฉลี่ยจังหวัดละ 5 แสนบาท จี้ ทบทวนโครงสร้างงบ คืนเม็ดเงินสู่พื้นที่ก่อนประชาชนรับภาระหนักกว่าเดิม  

วันที่ 29 มิถุนายน 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สส.ตาก พรรคกล้าธรรม อภิปรายถึงโครงสร้างงบประมาณของรัฐบาล โดยระบุว่า งบประมาณปี 2570 เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งสำคัญที่รัฐบาลนำหลัก Zero-Based Budgeting มาใช้ในการจัดสรรงบประมาณ พร้อมตั้งคำถามว่า การปรับลดและโยกย้ายงบประมาณครั้งนี้ตอบโจทย์การแก้ปัญหาให้ประชาชนจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงการปรับตัวเลขทางนโยบายที่ทำให้เม็ดเงินไหลกลับเข้าสู่ส่วนกลางมากกว่าลงสู่พื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนและจังหวัดที่เผชิญปัญหาไฟป่า ภัยแล้ง และความเหลื่อมล้ำด้านโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งยังต้องการการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง

 

นายภาคภูมิ กล่าวต่อว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้นสูงถึง 33.6% ขณะที่กระทรวงการคลังได้รับงบประมาณมากที่สุดกว่า 440,871 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.6% เพื่อรองรับภาระดอกเบี้ยและเงินต้นของหนี้สาธารณะ สะท้อนว่าประเทศกำลังต้องใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลไปกับการชำระหนี้ มากกว่าการลงทุนเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ในทางกลับกัน กระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและโครงสร้างพื้นฐานกลับถูกลดงบลงอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงอุตสาหกรรมที่ถูกปรับลดถึง 17.3% กระทรวงคมนาคมลดลง 11.7% และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลดลง 7.1% จึงเป็นเรื่องน่ากังวลว่าการตัดงบในภาคการผลิต การเกษตร และการคมนาคม จะส่งผลกระทบต่อศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

 

นายภาคภูมิ ยังกล่าวถึงงบประมาณของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยระบุว่า แม้รัฐบาลจะประกาศให้การแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่น PM2.5 เป็นวาระแห่งชาติ แต่เมื่อตรวจสอบตัวเลขกลับพบว่างบประมาณของกระทรวงในปี 2570 ลดลงเหลือประมาณ 36,148 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนกว่า 2,000 ล้านบาท และยังมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องในแผนงบประมาณระยะกลาง ทั้งที่สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและปัญหาฝุ่นควันกำลังทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี จึงมองว่าเป็นความย้อนแย้งระหว่างนโยบายที่รัฐบาลประกาศกับการจัดสรรงบประมาณที่เกิดขึ้นจริง

 

ในส่วนงบประมาณโครงการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันของสำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งตั้งงบไว้เพียง 16 ล้านบาท แบ่งเป็นงบปฏิบัติการบิน 5 ล้านบาท และงบสนับสนุนการดำเนินงานในพื้นที่ 11 ล้านบาท เมื่อกระจายไปยังจังหวัดเป้าหมาย 22 จังหวัด จะเหลืองบเฉลี่ยเพียงจังหวัดละประมาณ 500,000 บาทเท่านั้น ซึ่งแทบไม่เพียงพอต่อการจัดซื้ออุปกรณ์ การสนับสนุนเจ้าหน้าที่ หรือการปฏิบัติการดับไฟป่าในพื้นที่จริง ทำให้ภาระส่วนใหญ่ตกอยู่กับเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ กรมป่าไม้ อาสาสมัคร และประชาชนในพื้นที่ ที่ต้องหาทรัพยากรจากหน่วยงานอื่นมาสนับสนุนการทำงาน

 

นายภาคภูมิ ยังตั้งข้อสังเกตถึงการปรับลดงบประมาณจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ซึ่งลดลงจากกว่า 26,000 ล้านบาทในปี 2569 เหลือเพียงประมาณ 4,200 ล้านบาทในปี 2570 หรือลดลงกว่า 83% โดยมองว่านี่ไม่ใช่เพียงการปรับลดงบประมาณตามปกติ แต่เป็นการรื้อโครงสร้างการกระจายอำนาจด้านงบประมาณ ดึงเม็ดเงินกลับเข้าสู่ส่วนกลาง ส่งผลให้หลายจังหวัดสูญเสียโอกาสในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาตามบริบทของพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนอย่างจังหวัดตากที่ได้รับผลกระทบจากการลดงบประมาณอย่างชัดเจน

“ผมขอให้รัฐบาลทบทวนโครงสร้างการจัดสรรงบประมาณใหม่ โดยปรับลดงบประมาณในส่วนที่ไม่จำเป็นและเพิ่มสัดส่วนงบประมาณที่ลงสู่พื้นที่ สนับสนุนหน่วยปฏิบัติงานแนวหน้าให้มีเครื่องมือ บุคลากร และสวัสดิการที่เพียงพอ พร้อมเรียกร้องให้การจัดทำงบประมาณปี 2571 ยึดหลักการกระจายอำนาจและกระจายเม็ดเงินสู่จังหวัดและท้องถิ่นมากขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากงบประมาณของประเทศอย่างแท้จริง และให้การแก้ไขปัญหาไฟป่า ฝุ่น PM2.5 รวมถึงการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากเกิดผลเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เป็นเพียงตัวเลขในเอกสารงบประมาณเท่านั้น”นายภาคภูมิ กล่าว

#การเมืองวันนี้ #งบประมาณ2570 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

You May Like

Subscribe US Now