“สมชัย” อดีต กกต.อ่วม! พ่วง สส.ผึ้ง “พนิดา” สส.พรรคประชาชน ปมแต่งตั้งบุคคลได้กระทำฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง  

บก.

 “สมชัย” อดีต กกต.อ่วม! พ่วง สส.ผึ้ง “พนิดา” สส.พรรคประชาชน ปมแต่งตั้งบุคคลได้กระทำฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง  

วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 มีรายงานว่า ที่ สน.ทุ่งห้องห้อง ได้มีบุคคลมากล่าวโทษเพื่อให้ดำเนินคดีอาญาแผ่นดินกับนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.ในครั้งดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานของรัฐโดยเป็นกรรมการในองค์กรอิสระปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแกผู้หนึ่งหรือผู้ใดหรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐหรือเป็นเจ้าพนักงานของรัฐโดยเป็นกรรมการในองค์กรอิสระปฏิบัติหน้าที่โดยขณะเป็นกรรมการในองค์กรอิสระเข้าไปมีส่วนได้เสียโดยสมัครเป็นเลขาธิการ กกต.ในปี 2561 เป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติว่าด้วยการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวกับผลประโยชน์สาธารณะ ตาม พรป.ปปช.มาตรา 126(4) ,128,129,168,169,171,172 พรป.กกต.มาตรา 69 ปอ.มาตรา 157 90 และในฐานความผิดเป็นกรรมการในองค์กรอิสระโดยไม่ยึดถือผลประโยชน์ส่วนของประเทศชาติเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตัวโดยจงใจใช้อำนาจตนเองในขณะดำรงตำแหน่งกรรมการในองค์กรอิสระโดยมิชอบเพื่อแสวงหาประโยชน์อันมิควรได้ สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยกระทำการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวกับผลประโยชน์สาธารณะ ในขณะดำรงตำแหน่ง กกต.ไม่ว่าโดยตรงหรือทางอ้อม อันเป็นการจงใจฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตาม รธน.มาตรา 219 ,235 วรรคหนึ่ง(1) วรรคสี่ และ มาตรฐานจริยธรรมฯ พ.ศ.2561 ข้อ 7 ข้อ 8 ข้อ 11 ข้อ 15 ข้อ 16 ข้อ 17 ข้อ 19 ข้อ 25  ข้อ 27 โดยมีพฤติการณ์แห่งคดีและเป็นเรื่องร้ายแรง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการการเลือกตั้งะระหว่างวันที่  3 ธันวาคม 2556 ต่อมา เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 เวลากลางวัน ได้สมัครดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กกต.โดยที่ตนเองเป็นกรรมการการเลือกตั้งโดยเป็นเจ้าพนักงานของรัฐในขณะใช้อำนาจหน้าที่ในการกำกับ ควบคุม ดูแลสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยใช้อำนาจและอิทธิพลของตนเองในขณะดำรงตำแหน่งกรรมการในองค์กรอิสระ โดยจงใจกระทำฝ่าฝืน พรป.ปปช.มาตรา 126(4) ต่อมา วันที่ 20 มีนาคม 2561 โดยพลเอกประยุทธ์จันทร์ โอชา  หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) มีคำสั่งที่ 4/2561 ให้พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากมีพฤติกรรมจงใจใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบด้วยหน้าที่เพื่อใบ้อำนาจ อิทธิพลของตนให้ตนเองเหนือคู่แข่ง ส่งผลให้การคัดเลือกบุคคลที่ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กกต.คนใหม่ ไม่โปร่งใสและไม่เป็นธรรม กระทบต่อการคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมเนื่องจากเข้าไปมีส่วนได้เสียในขณะเป็นกรรมการในองค์กรอิสระ อันเป็นกระทำขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวกับผลประโยชน์สาธารณะ อันเป็นกระทำฝ่าฝืนข้อห้ามของกรรมการในองค์กรอิสระ ตาม พรป.ปปช.มาตรา 126(4) เป็นการกระทำฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตาม รธน.มาตรา 219,235 วรรคหนึ่ง(1) ,วรรคสี่ โดย พ.ต.ต.ทศภาคย์ ดีธงทอง พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ได้รับคำร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อดำเนินคดีอาญากับนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ผู้ต้องหา ตามกฎหมายแล้ว โดยอยู่ระหว่างสอบสวนพยานบุคคลและพยานเอกสารเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานส่งให้ ปปช.เพื่อทำไต่สวนและวินิจฉัยชี้มูลเพื่อส่งให้ศาลฎีกาโดยคดีอาญามีกำหนดอายุความ 10 ปี และจะครบกำหนด  ในวันที่ 20 มีนาคม 2571 ตาม ปอ.มาตรา 95

ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า จากการตรวจสอบจากข้อมูล สตช. รายงานเป็นคดีสำคัญ เนื่องจากเป็นคดีสำคัญและเป็นที่สนใจของประชาชน โดย พ.ต.ต.ทศภาคย์ ดีธงทอง พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ได้รายงานคดีสำคัญตามลำดับชั้นโดยด่วน ถึง พลตำรวจเอกกิตติ์รัตน์ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติโดยมีบุคคลมากล่าวโทษกับ นายสมชัย ศรีสุทธิยากรผู้ต้องหา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง ในองค์กรอิสระ จริง และโดยกล่าวโทษเพื่อดำเนินคดีอาญากับนางสาวพนิดาหรือผึ้ง มงคลสวัสดิ์ ผู้ต้องหาซึ่งปัจจุบันเป็น สส. เขต 1 จังหวัดสมุทรปราการ พรรคประชาชน และในส่วนฝ่ายนิติบัญญัติได้รับแต่งตั้งและทำหน้าที่เป็น รอง ปธ.คนที่หนี่ง ของ คณะ กมธ.กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชนและกองทุน คณะที่หนึ่ง และเป็นประธาน คณะอนุ กมธ.พิจารณาศึกษากระบวนการจัดการรเลือกตั้ง สส.เป็นการทั่วไปและการเลือก สว.เป็นการทั่วไป พ.ศ.2569 กรณีแต่งตั้งให้ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ผู้ต้องหา เป็นรองประธานอนุกรรมาธิการ คนที่ 3 ของคณะ กมธ.พิจารณาศึกษากระบวนการจัดการรเลือกตั้ง สส.เป็นการทั่วไป พ.ศ.2569 และการเลือก สว.เป็นการทั่วไป พ.ศ.2569 โดยจงใจใช้อำนาจโดยมิชอบด้วยกฎหมาย โดยไม่ตรวจสอบประวัตินายสมชัย ศรีสุทธิยากร ผู้ต้องหา เมื่อครั้งดำรงแหน่งในกรรมการองค์กรอิสระที่ถูกคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่งโดยจงใจฝ่าฝืน พรป.ปปช.มาตรา 126(4) และได้กระทำฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตาม รธน.มาตรา 219,235 วรรคหนี่ง(1) วรรคสี่ และได้กระทำความผิดสำเร็จแล้ว เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 โดย คสช.ใช้มาตรการยับยั้งการใช้อำนาจ ตามคำสั่ง คสช.ที่ 4/2561 วันที่ 20 มีนาคม 2561 โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นการทั่วไปให้ประชาชนรับทราบ อันเป็นการแต่งตั้งนายสมชัยฯ โดยรู้หรือควรจะรู้ว่า ได้กระทำฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ซึ่งเป็นคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามในการเข้าไปเป็นอนุกรรมาธิการโดยได้ผลประโยชน์จากงบประมาณของรัฐ โดยนางสาวพนิดาฯ จงใช้อำนาจโดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ ในความผิดฐานเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือเกิดความเสียหายแก่รัฐหรือเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพรป.ปปช.มาตรา 4,172 ปอ.157, 83 , 91 และฐานกระทำโดยจงใจฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมออย่างร้ายแรง ตาม รธน.มาตรา 219,235 วรรคหนึ่ง (!) วรรคสี่ และข้อกำหนดจริยธรรมฯ พ.ศ.2561 ข้อ 7 ข้อ 8 และข้อ 27

โดยผู้สื่อข่าวได้รับรายงานเพิ่มเติมว่า ทีมกฎหมายอยู่ระหว่างตรวจสอบว่า ในการเสนอแต่งตั้ง

ของนางสาวพนิดาหรือผึ้ง มงคลสวัสดิ์ ผู้ต้องหา สส.พรรคประชาชน,รอง ปธ.คนที่ฟนึ่ง คณะ กมธ.กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชนและกองทุน คณะที่หนึ่ง ได้นำรายชื่อนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ให้ คณะ กมธ.คณะนี้ พิจารณาและอนุมัติให้ความเห็นชอบหรือไม่ ซึ่งจะมีการกล่าวโทษบุคคลเพิ่มเติมต่อพนักงานสอบสวน และปปช. ยกคณะ กมธ. เพื่อดำเนินคดีอาญาและให้ถอนถอดบุคคลออกจากตำแหน่ง สส.และส่งให้ศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิการสมัครรับเลือกตั้งและเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป

#การเมืองวันนี้ 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Next Post

DFT จับมือ สสว. เปิดโครงการ Local to Global (DFT+) ยกระดับ SMEs ไทย เติมความรู้ สร้างเครือข่าย เพิ่มแต้มต่อการแข่งขันก้าวไกลสู่ตลาดโลก 

DFT จับมือ สสว. เปิดโครงการ Local to Global (DFT+) […]

You May Like

Subscribe US Now