ท่องเที่ยว » รมต.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ พร้อมผู้บริหารวงการอุตสาหกรรมท่องเที่ยว แถลงผลงาน 1 ปี ย้ำเดินหน้าส่งเสริมเที่ยวเมืองรอง เน้นตลาดคุณภาพสร้างมาตรฐาน “สะดวก สะอาด ปลอดภัย ได้เอกลักษณ์ และยั่งยืน”

รมต.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ พร้อมผู้บริหารวงการอุตสาหกรรมท่องเที่ยว แถลงผลงาน 1 ปี ย้ำเดินหน้าส่งเสริมเที่ยวเมืองรอง เน้นตลาดคุณภาพสร้างมาตรฐาน “สะดวก สะอาด ปลอดภัย ได้เอกลักษณ์ และยั่งยืน”

28 มกราคม 2019
573   0

ผลงาน 1 ปี กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นักท่องเที่ยวและรายได้ โตตามเป้า ย้ำเดินหน้า ส่งเสริม “ท่องเที่ยวเมืองรอง” เน้นตลาดคุณภาพสร้างมาตรฐาน “สะดวก สะอาด ปลอดภัย ได้เอกลักษณ์ และยั่งยืน”

ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา วันที่ 28 มกราคม 2562 นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการ การทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดแถลงผลงานด้านการท่องเที่ยวรอบปี 2561

พร้อมนายธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท.

นายอนันต์ วงศ์เบญจรัตน์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว

นายอิทธิพล คุณปลื้ม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายอภิชาติ จีระพันธุ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นาวาตรี วรวิทย์ เตชะสุภากู เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

นายสันติ ป่าหวาย รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

พ.ต.อ. ศารุต แขวงโสภา รองผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว โดยมีผู้บริหารของกระทรวงฯ ทั้งฝ่ายข้าราชการการเมือง ข้าราชการประจำ และรัฐวิสาหกิจ พนักงานองค์กรของรัฐ เข้าร่วมฟัง ณ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ถนนราชดำเนินนอก  กรุงเทพฯ

นายวีระศักดิ์ กล่าวว่ารอบ 1 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังจะเห็นได้จากประเทศไทยมีโอกาสต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จำนวน 38.27 ล้านคน ก่อให้เกิดรายได้ 2.01 ล้านล้านบาท และจำนวนนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทย 164.24 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ 1,068.18 พันล้านบาท โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆ ตามพันธกิจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัด ซึ่งจากนโยบายสำคัญที่ได้มอบไว้แก่ข้าราชการและบุคลากรของกระทรวงฯ ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2560 คือ 1) การให้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือในการลดความเหลื่อมล้ำของรายได้ 2) การท่องเที่ยวต้อง “สะดวก สะอาด ปลอดภัย ได้เอกลักษณ์ และยั่งยืน” 3) การจัดตั้งคลินิกด้านการท่องเที่ยว และ 4) การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานโดยนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ ซึ่งหลายอย่างกำลังเดินหน้าไปด้วยดี ในขณะที่การตลาดเน้นนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง และเน้นการตลาดเฉพาะกลุ่มที่มีศักยภาพในการใช้จ่ายสูง

กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้ใช้การท่องเที่ยวแบบ “วิถีไทย” เป็นตัวขับเคลื่อนด้านการท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม กระจายจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้สู่ชุมชนให้ทั่วถึง เน้นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวด้วยการส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัย อำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติผ่านกองทุนช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ พัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับการเติบโตด้านการท่องเที่ยว รวมถึงการอบรมอาสาสมัครเพื่อการท่องเที่ยว (เจ้าบ้านที่ดี) ส่งผลให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีการเติบโตแบบก้าวกระโดด จนปัจจุบันประเทศไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นอันดับ 4 ของโลก

นายวีระศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ถึงแม้จะมีปัจจัยท้าทายทั้งในและต่างประเทศก็ตาม ในภาพรวมการท่องเที่ยวของประเทศไทยยังเติบโตเป็นไปตามเป้าหมายและเป็นการเติบโตในเชิงคุณภาพ โดยดูได้จากอัตราการเพิ่มขึ้นของรายได้ สูงกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยว การท่องเที่ยวของประเทศไทยมีการพัฒนาและขยายตัวอย่างรวดเร็ว สามารถสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปีที่ผ่านมามีปรากฏการณ์สนับสนุนจากกระแสละครอิงประวัติศาสตร์ “บุพเพสันนิวาส”, “นาคี” และ “งานอุ่นไอรัก…คลายความหนาว” ทำให้เกิดการเดินทางเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ นอกจากการท่องเที่ยวในเมืองหลักแล้วยังมีการกระจายตัวไปยังเมืองรองต่างๆ ตามนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองที่คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบพร้อมมีมาตรการสนับสนุน ตั้งแต่การลดหย่อนภาษีแก่นักท่องเที่ยว การยกเว้นภาษีกรณีจัดอบรมสัมมนาในจังหวัดเมืองรอง การจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวของเมืองรองต่างๆ มีผลทำให้นักท่องเที่ยวขยายตัวจากปี 2554 จำนวน 50 ล้านคน เป็น 90 ล้านคน ในปี 2561 โดยนักท่องเที่ยวมีการขยายตัวไปในทุกจังหวัด”
เมืองรองที่นักท่องเที่ยวมีการขยายตัวสูงสุด 2 อันดับแรก คือ ราชบุรี และชัยนาท และยังพบว่ามีจำนวน 18 เมืองรองที่รายได้จากการท่องเที่ยวขยายตัวสูงกว่าภาพรวมของเมืองรองทั้งหมด โดยเฉพาะจังหวัดบุรีรัมย์ มีการเติบโตของผู้มาเยี่ยมเยือนสูงสุด ประมาณ 21% จากการจัดแข่งขันจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก (MotoGP) รายการพีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2018 สนามที่ 15 ซึ่ง นับเป็นกิจกรรม Sports Tourism ที่ประสบความสำเร็จอย่างดียิ่งเพราะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางมาชมการแข่งขันมากกว่า 205,000 คน ก่อให้เกิดรายได้แก่จังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดในพื้นที่ใกล้เคียงมากกว่า 3,100 ล้านบาท

สำหรับแนวโน้มการท่องเที่ยวปี 2562 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้คาดการณ์แนวโน้มโดยการวิเคราะห์อนุกรมเวลา (Time Series) ซึ่งใช้ฐานข้อมูลเชิงปริมาณที่จัดเก็บโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานำมาแปลงข้อเท็จจริงในอดีตไปพยากรณ์คาดการณ์แนวโน้มการท่องเที่ยวในอนาคต โดยคาดการณ์ว่าปี 2562 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวน 41.1 ล้านคน (+7.5%) สร้างรายได้ 2.21 ล้านล้านบาท (+10%) โดยแนวโน้มรายสัญชาติคาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวจากจีน 11.69 ล้านคน (+11%) จากประเทศในอาเซียน 11.31 ล้านคน (+10%) และจากยุโรป 6.90 ล้านคน (+2%)
“ถึงวันนี้ผลพวงที่ผมได้มอบเป็นนโยบายแก่ข้าราชการผู้ใต้บังคับบัญชาไว้เมื่อตอนเข้ามารับตำแหน่งเริ่มผลิดอกออกผล ให้ปรากฏเห็นเป็นรูปธรรม เป็นความงดงามของเมืองรอง เป็นรอยยิ้มกว้างๆ ของผู้คน
ในชุมชนท้องถิ่นที่มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการมีโอกาสนำผลิตภัณฑ์งานฝีมือ ตลอดถึงของกินของใช้ มาอวดโชว์นักท่องเที่ยวและคนต่างถิ่น นี่คือความสุขที่ได้กระจายตัวออกไปอย่างทั่วถึง…อย่างแท้จริง” รมว.วีระศักดิ์ฯ กล่าว

#อื่นๆอีกมากมายท้าทายให้สัมผัส
#www.missionthailand.online
#www.tiewthaietc.com
#www.smartnews.online
#สื่อสร้างสรรค์เพื่อการท่องเที่ยว