คุยเฟื่องกับ…น้าเข้!

บก.

คุยเฟื่องกับ…น้าเข้!


ตอน…สอบเตรียม/เจียมตัว
เรื่องของการสอบเข้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาว์นไปอย่างไม่น่าเชื่อ วิพากษ์วิจารณ์กันอึงมี่ตั้งแต่โลกออนไลน์ ยันวงยาดอง พร่ำกันเมามันได้สาระบ้างไม่ได้สาระบ้าง!
เชื่อเรียม…อีกไม่นานคงเงียบสนิท และปล่อยให้การสอบเข้าโรงเรียนเตรียมอุดม เป็นไปตามกติกาเดิมๆ ด้วยปริมาณนักเรียนที่แห่แหนเข้ามาสอบมากกว่าเดิม

ในอดีตการสอบเข้าเตรียมอุดมศึกษานั้นมันเป็นแค่แฟชั่นของนักเรียนในระดับมัธยมต้น เป็นสนามประลองความรู้ละม้ายคล้ายสอบบาลีสนามหลวงของพระนั้นแหละ ใครสอบได้เดินยืดคุยโวไปจนเปิดเทอม และที่แน่ๆประตูรั้วมหาลัย คณะดัง เปิดรออยู่ ต่อเมื่อสำเร็จและเริ่มสัมมาชีพ ถึงเวลานั้นคงประจักษ์…เตรียมอุดมไม่ใช่สูตรสำเร็จของชีวิต
แหม!น่าจะมีการสำรวจ ปลัดกระทรวง ผู้พิพากษา จบเตรียมกี่คน!

ความโกลาหล ของการสอบเข้าเตรียมอุดม มันไม่ใช่พึ่งเกิดขึ้น ว่าตามภาษาวัยรุ่นยุค90…มันเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่เกิด แม้แต่ตัวผมเองก็เคยผ่านสนามสอบนี้ และดังที่ว่ามันเป็นทั้งความฝัน และเป็นแฟชั่นของเด็กมัธยมต้นทั่วประเทศ

โดยเฉพาะเด็ก ตจว.อย่างผม ในช่วงปี2520 โหนรถไฟมาจากนครศรีธรรมราชเพื่อมาสอบเตรียมอุดมที่กรุงเทพฯ ต้องย้ำว่าโหนรถไฟน่ะครับ!
เพราะวัยรุ่นสร้างฝันรวมตัวเดินทางกันเยอะๆจริง โบกี้เต็มตั้งแต่สถานีแรกนครศรีธรรมราช ยิ่งผ่าน จันดี ทุ่งสง พุนพิน ฉากทัศน์สถานีรถไฟแต่ละที่ คล้ายๆอินเดียอะไรทำนองนั้น แต่ในความหนาแน่นของความฝัน ถ้าวิจัยแยกแยะดูแล้วก็น่าจะเชื่อว่ามี 3 ประเภทด้วยกัน… ฝันจริง หวังฟลุ๊ก ตามเพื่อน
แน่นอน…ตัวผมประเภทหลัง

ความสนุกที่ได้พบเพื่อน ความสนุกที่ได้พบเพื่อนใหม่ๆ ความสนุกในการหลงทางในเมืองหลวง รู้ว่าสนามสอบอยู่จุฬา แต่คำว่าจุฬามันอยู่อาคารไหน งมหาตั้งแต่แยกสามย่าน จรดแยกปทุมวัน
อย่างไรก็ตาม….สิ่งที่แตกต่างในยุคผมกับยุคดราม่าวันนี้ นั้นก็คือ “ผู้ปกครอง”
ในอดีตอาจใช้คำว่า   “ไร้เงาผู้ปกครอง” แต่ปัจจุบันต้องใช้คำว่า  “คณะผู้ปกครอง” แบบว่ามาทั้งบ้านทั้งตระกูลอะไรทำนองนั้น

โครงสร้างพื้นฐาน ยันทำเลที่ตั้งสนามสอบ ที่เตรียมไว้รองรับเพื่อการสอบของนักเรียนแค่หมื่นคน แต่ข้อเท็จจริงต้องมาเจอคณะผู้ปกครองอีกเกือบแสนคน
แล้วมันจะไม่วุ่นวายกลายเป็นบ่อเกิดสารพัดปัญหาที่วิพากษ์วิจารณ์ไปได้อย่างไร โดยเฉพาะประเด็นต้องทิ้งเงิน ทิ้งสร้อย เข้าสนามสอบ ถ้าคนมันไม่เยอะ ผู้เข้าสอบเคลื่อนย้ายสะดวก ย่อมมีเวลาเหลือพอในการไปใช้บริการจุดฝาก

นี้คือประเด็นที่ต้องกล่าวถึงต้องวิพากษ์ มิใช่เลยเถิดไปถึงเรื่อง ความล้มเหลวของระบบการศึกษาของชาติ แต่ความล้มเหลวของค่านิยมกลับไม่พูดถึง
และฟันธง!ได้เลย ดราม่าทั้งมวลที่เกิดขึ้น มันเป็นเพราะค่านิยมของผู้ปกครอง เมิงสอบไม่ได้ตรูตายตรูเสียหน้า

สนามสอบเตรียม ที่เคยสนุกในอดีต กลายเป็นสนามโคลอสเซียม สังเวียนเลือดของนักรบกลาดิเอเตอร์แห่งโรมไปได้อย่างไร

เฮ้อ!…ถึงเวลาต้องรณรงค์ค่านิยมด้านการศึกษาเสียใหม่กันอีกหน แบบว่า อยากถวิลในอารมณ์ของนิยามที่ว่า….สอบได้เป็นเรื่องตลก สอบตกเป็นเรื่องธรรมดา

หรืออีกด้านหนึ่งเป็นมุมมองทางสังคม ที่ควรร่วมลดความสำคัญของการสอบ อย่างน้อยๆปล่อยให้เป็นเรื่องของคนมีความพร้อม ปล่อยให้เป็นการแข่งขันของกลุ่มคนที่มีความได้เปรียบทางสังคมดีกว่า
ส่วนกลุ่มชนอื่นๆ เจียมตัวเฮอะ! ปล่อยให้อภิสิทธิ์ชนบ้ากันไปเถอะ

ปีหน้าเราๆท่านๆจะไม่ต้องมารำคาญ ในประเด็นดราม่าเรื่องนี้กันอีก ดีไหมโยม!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

You May Like

Subscribe US Now