2 สส. พรรคกล้าธรรม สนับสนุนแก้กฎหมายโรงแรม-คนเข้าเมือง

บก.

2 สส. พรรคกล้าธรรม หนุนแก้กฎหมายโรงแรม-คนเข้าเมือง จี้ปิดช่องโหว่ต่างชาติ ยกระดับระบบ TM30-ฐานข้อมูลกลาง เพิ่มโทษโอเวอร์สเตย์ สร้างสมดุลความปลอดภัยกับการท่องเที่ยว

วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 นางมลธิชา ไชยบาล สส.เชียงราย อภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติโรงแรม และร่างพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง โดยเห็นด้วยกับหลักการของรัฐบาลในการลดความซ้ำซ้อนของการแจ้งข้อมูลผู้เข้าพัก เชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และยกระดับการบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยว แต่เสนอให้ปรับปรุงรายละเอียดของกฎหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้ สร้างความปลอดภัย และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ประกอบการและประชาชน

นางมลธิชา กล่าวว่า การกำหนดให้ผู้ประกอบการโรงแรมส่งข้อมูลผู้เข้าพักเข้าสู่ระบบของภาครัฐ แม้จะช่วยลดภาระด้านเอกสารและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ควรกำหนดหลักประกันทางกฎหมายที่ชัดเจนเพื่อคุ้มครองผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมายโดยสุจริต หากในอนาคตเกิดปัญหาข้อมูลรั่วไหลจากระบบของรัฐ เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการรายย่อยต้องรับภาระหรือถูกดำเนินคดีโดยไม่เป็นธรรม

 

นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงประสิทธิภาพของระบบ TM30 โดยยกตัวอย่างกรณีจังหวัดเชียงรายที่สามารถจับกุมนักท่องเที่ยวต่างชาติซึ่งอยู่เกินกำหนดอนุญาตถึง 897 วัน ทั้งที่มีการแจ้งข้อมูลผ่านระบบ TM30 ตั้งแต่วันแรก แต่กลับไม่ได้มีการนำข้อมูลมาใช้ติดตามหรือแจ้งเตือน จนกระทั่งเกิดเหตุทะเลาะวิวาทและตำรวจเข้าตรวจสอบภายหลัง

 

จึงเสนอให้รัฐบาลพัฒนาระบบ TM30 ให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูล แจ้งเตือน และเชื่อมโยงการบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเสนอให้ศึกษาปรับปรุงกฎหมายเพื่อรองรับการจัดการนักท่องเที่ยวที่มีพฤติกรรมสร้างความเดือดร้อนต่อสังคม แม้ยังไม่เข้าข่ายความผิดอาญาร้ายแรง เช่น เมาสุรา ทะเลาะวิวาท ส่งเสียงดัง หรือสร้างความไม่สงบ โดยเปิดโอกาสให้พนักงานตรวจคนเข้าเมืองสามารถใช้ดุลพินิจในการเพิกถอนหรือไม่ต่ออายุวีซ่า ภายใต้หลักเกณฑ์ที่ชัดเจนและคุ้มครองสิทธิของผู้เกี่ยวข้อง

 

นางมลธิชา ยังเสนอให้รัฐบาลเร่งยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยในการเดินทางของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะจังหวัดเชียงราย ซึ่งแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งตั้งอยู่ในพื้นที่ภูเขาและยังขาดระบบขนส่งสาธารณะ ทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากต้องเช่ารถขับเองจนเกิดอุบัติเหตุ จึงควรเร่งพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ ปรับปรุงถนน จุดเสี่ยง และติดตั้งป้ายหลายภาษา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยว

นางสาวอรทัย เกิดทรัพย์ สส.ภูเก็ต พรรคกล้าธรรม กล่าวว่า แม้จะเห็นด้วยกับการปฏิรูประบบราชการและการเชื่อมโยงฐานข้อมูลเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยว แต่ยังมีประเด็นที่ควรปรับปรุง โดยเฉพาะการบังคับใช้มาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ที่เกี่ยวกับการแจ้งที่พักของคนต่างด้าว ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนสำหรับชาวต่างชาติที่เช่าบ้าน วิลล่า หรือคอนโดมิเนียมพักอาศัยเป็นระยะเวลาหนึ่ง

 

จึงเสนอให้รัฐบาลกำหนดแนวทางที่ชัดเจนในการกำกับดูแลและรายงานตัวของชาวต่างชาติกลุ่มดังกล่าว เพื่อปิดช่องโหว่ของระบบและทำให้การติดตามข้อมูลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

 

พร้อมกันนี้ ยังเห็นว่าบทลงโทษกรณีอยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนดอนุญาต หรือโอเวอร์สเตย์ ซึ่งปัจจุบันกำหนดโทษปรับวันละ 500 บาท และไม่เกิน 20,000 บาท อาจไม่เพียงพอที่จะยับยั้งการกระทำผิด โดยเฉพาะในกรณีที่ชาวต่างชาติบางรายเข้ามาประกอบอาชีพหรือทำธุรกิจโดยผิดกฎหมาย จึงควรพิจารณาปรับปรุงอัตราค่าปรับให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน

 

นอกจากนี้ ยังเสนอให้รัฐบาลเร่งจัดทำระบบฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์แบบศูนย์กลาง (Single Database) ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ฝ่ายปกครอง ตำรวจท่องเที่ยว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลดความซ้ำซ้อนในการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพการติดตามและบังคับใช้กฎหมาย รวมทั้งรองรับการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวในอนาคต

 

“การปรับปรุงกฎหมายทั้งสองฉบับควรมุ่งสร้างสมดุลระหว่างการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ การคุ้มครองผู้ประกอบการ และการยกระดับความปลอดภัยของประเทศ โดยเชื่อว่าหากประเทศไทยมีระบบข้อมูลที่ทันสมัย การบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพ และมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มแข็ง จะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวของประเทศได้อย่างยั่งยืน”

 

#มลธิชาไชยบาล

#อรทัยเกิดทรัพย์ 

#พรรคกล้าธรรม 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

You May Like

Subscribe US Now