Athleisure Style…ลุงเน
Collective faith…คนคอน
Athleisure Style ที่จั่วหัวไว้หมายถึงการแต่งกายของ “ลุงเน” ที่หลงใหลในสไตล์ใส่ขาสั้นเชิงสปอร์ตใส่ทุกครั้งทุกที่ ทั้งสถานที่หรูยันพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์
ล่าสุดชาวบ้านชยันโตกันทั้งเมือง โดยเฉพาะคนเมืองคอน เมื่อ “ลุงเน” ใส่ขาสั้นนั่งเป็นประธานในพิธีบวงสรวงหลักเมืองนครศรีธรรมราช
เมื่อโดนทัวร์ลง ทั้งลุงเนและข้าทาสบริวารออกมาแก้ตัว ใส่มาไหว้ทุกปี เป็นกิจกรรมเอาฤกษ์เอาชัยก่อนการแข่งขันของสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์
อ้าว! ผู้ว่าราชการจังหวัดและรองนายกรัฐมนตรี “โกเกี๊ยะ” ไปนั่งหน้าเสร่อทำไม ทำให้ภาพที่สังคมเห็นกลายเป็นพิธีกรรมอย่างเป็นทางการ มิใช่ภาพนักฟุตบอลนั่งเรียงแถวไหว้หลักเมืองขอฤกษ์ขอชัย
หรือว่าเป็นกิจกรรมรวบรัดที่ “โกเกี๊ยะ” แนะนำ “ลุงเน” เพื่อประหยัดน้ำมัน แบบว่าลงไปภาคใต้ทั้งทีเหมาเบ็ดเสร็จทั้งกิจกรรมการกีฬาและการเมือง
อย่างว่าล่ะครับเรื่องของ ”ลุงเน” มันคงจบไปตามคำกวีของนักกวีชื่อดังชาวอังกฤษ ”เฟรเดอริก ลองก์บริดจ์” ที่รจนาเอาไว้
“Two men look out the same prison bars; one sees mud and the other stars.”
“สองคนยลตามช่อง คนหนึ่งมองเห็นโคลนตม คนหนึ่งตาแหลมคม มองเห็นดาวอยู่พราวพราย”
แต่เฉพาะคนกลุ่มสายมูไปไกลกว่านั้น ถึงขนาดหยิบยกประสบกรรมของคนดัง ที่เคยประสบกับอาถรรพ์เสาหลักเมืองนครศรีธรรมราช

เจ้าสัววิชัย เจ้าคุณธงชัย อดีตผู้ว่าจำเริญ อดีตนายกเชาวัศน์ บิ๊กโจ๊ก ล่าสุด…ลุงเนจะเป็นอย่างไร เม้าท์กันมันปากในกลุ่มสายมู
เรื่องของความศักดิ์สิทธิ์ของหลักเมืองนครศรีธรรมราชนั้น คนไทยทั้งชาติให้ความเชื่อถือและศรัทธามานาน
เพราะเป็น สถานที่ที่เทพยดา…ให้สร้าง
ไม่ใช่ผู้ก่อร่างสร้างเมือง…ให้สร้าง
เมืองอื่นๆ ผู้ปกครองเมืองหรือพระเจ้าแผ่นดินแห่งราชธานีนั้นๆ สร้างขึ้นมาเพื่อเอาฤกษ์เอาชัยเป็นหมุดหมายของบ้านเมือง เป็นการผูกชะตาของเมือง
แต่หลักเมืองของเมืองนครศรีฯ เทพยดาบอกให้สร้าง เทพยดาในที่นี้คือเทพยดาประจำเมืองชื่อท้าวจตุคามรามเทพ ได้บอกกล่าวผ่านร่างทรง เมื่อครั้งที่มีพิธีกรรรมที่วัดนางพระยา ซึ่งผู้กำกับการตำรวจนครศรีธรรมราชในขณะนั้นคือพล.ต.ท.สรรเพชญ ธรรมาธิกุล จัดขึ้นมาเพื่อแก้อาถรรพ์ดวงเมือง ตามความเชื่อกันว่า เหตุที่เมืองนครศรีธรรมราชมีโจรผู้ร้ายชุกชุม คนเดือดร้อนกันไปทุกหย่อมหญ้า เป็นเพราะอาถรรพ์ของเมือง
ต่อเมื่อเป็นความเชื่อของคนทั้งเมือง เสาหลักเมืองนครศรีจึงถูกสร้างขึ้นมา ด้วยพิธีกรรมความเชื่อที่ซับซ้อนหลากหลายพิธีข้ามขวบข้ามปี และได้แสดงความศักดิ์สิทธิ์ให้คนทั้งชาติได้ประจักษ์และศรัทธาผ่าน ”เหรียญจตุคามรามเทพ” ที่สร้างขึ้นมาแจกจ่ายให้กับผู้ร่วมบริจาคสร้างเสาหลักเมือง
ทำบุญ 10 บาทรับไป 1 เหรียญ
ผ่านไปไม่กี่ปี 1 เหรียญ ซื้อขายกัน 10 ล้านบาท
แต่ความจริงอีกด้านหนึ่งที่ไม่เคยมีการปุจฉานั้นก็คือ เมืองนครศรีธรรมราช เมืองเก่าแก่ที่มีอายุกว่าพันปี
ทำไม ? ไม่มีการสร้างเสาหลักเมืองมาก่อนหน้า
พึ่งมาสร้างเอาเมื่อปี พ.ศ. 2530
นักโบราณคดีและกูรูเมืองนคร แตกความคิดออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งเชื่อว่าที่ไม่มีการสร้าง เพราะการผูกดวงเมืองไม่มีความจำเป็น
บ้านเมืองนี้มี “พระบรมธาตุเจดีย์ “ เป็นหลักชัยของเมืองอยู่แล้ว
แต่อีกกลุ่มหนึ่งชื่อว่ามีการสร้างหลักเมืองมาก่อนหน้าแล้ว โดยยึดหลักฐานการค้นพบ ”หินหลัก” ซึ่งตั้งอยู่บริเวณที่เรียกว่า “ท่าชี” ทางด้านทิศเหนือขององค์พระมหาธาตุเจดีย์ ลักษณะเป็นเสาหินขนาดย่อม ปัก (ฝัง) ไว้ ซึ่งในปัจจุบันได้หายไปแล้ว อีกสถานที่หนึ่งที่เชื่อว่าเป็นหลักเมือง นั้นก็คือ”ศาลพระเสื้อเมือง”ซึ่งยังคงมีอยู่และเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อีกแห่งหนึ่งของนครศรีธรรมราช
เป็นความศักดิ์สิทธิ์ที่คนนคร เชื่อมั่นว่า อิทธิฤทธิ์ความศักดิ์สิทธิ์มีจริง ใครลบหลู่เจอทุกราย โดยเฉพาะนักการเมือง มักจะเจอกรรมที่ทางพระเรียกกว่า…ทิฏฐธรรมเวทนียกรรม
หมายถึง….กรรมปัจจุบันทันด่วน นั้นแล!



