เดือดเป็นไฟ!!! “ดร.ณัฎฐ์” จ่อยื่นหนังสือบี้ ผบ.ตร. ขอหมายจับ “สมชัย – ยิ่งชีพ” ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ฟอกเงิน สมคบกันฟอกเงินต่อศาล พร้อมค้านประกันตัว

บก.

เดือดเป็นไฟ!!! “ดร.ณัฎฐ์” จ่อยื่นหนังสือบี้ ผบ.ตร. ขอหมายจับ “สมชัย – ยิ่งชีพ” ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ฟอกเงิน สมคบกันฟอกเงินต่อศาล พร้อมค้านประกันตัว ย้ำไม่มีเจตนาไปผลักรถจักรยานให้สมชัยล้มลง เพราะหากไม่เอาแฮนด์กระทุ้งเอวก่อน

วันที่ 6 ก.ย. 69 ผู้สื่อข่าวได้รับหมายข่าวล่าสุด บี้!!!! คดีโกงต่อ วันจันทร์ที่ 7 กันยายน 2569 เวลา 10.30 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปทุมวัน ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ประธานกรรมการใหญ่ บจ. AURELIAN GROUP และบริษัทในเครือ AG ในฐานะผู้เสียหาย จะเดินทางไปยื่นหนังสือต่อ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนทั่วประเทศ ขอให้ดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ เพื่อขอศาลอนุมัติหมายจับ

(1) นายสมชัย หรือชัย ศรีสุทธิยากร ผู้ต้องหาที่ 1
(2) นายปริญญา หรือเอก เทวานฤมิตรกุล ผู้ต้องหาที่ 2
(3) นายยิ่งชีพ หรือเป๋า อัชฌาชานนท์ ผู้ต้องหาที่ 3
(4) นายนรเศรษฐ์ หรือรอน นาหนองตูม ผู้ต้องหาที่ 4
(5) นายพงษ์ศักดิ์ หรือเม้ง จันทร์อ่อน ผู้ต้องหาที่ 5
(6) นางสาวลัดดาวัลย์ หรือจอบหญิง ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้ต้องหาที่ 6

ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน อันเป็นความผิดมูลฐานการฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และสมคบกันฟอกเงิน ที่มีระวางโทษตามกฎหมาย มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 66

ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สัมภาษณ์ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม กล่าวว่า ตนเป็นผู้เสียหายและกล่าวโทษกับนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ผู้ต้องหาที่ 1 กับพวกจริง โดยเป็นข้อเท็จจริงที่ประสบพบเจอมาจริงและโดยสุจริต ตนได้รับความเสียหายและตกเป็นเหยื่อ เพราะถูกกลุ่มผู้ต้องหานี้ร่วมกันหลอกลวง

เมื่อตรวจสอบพบว่า ถูกหลอกและปกปิดข้อเท็จจริงอันควรบอกให้แจ้ง ทั้งข้อความระดมทุน เป็นการเผยแพร่ข้อความจากนายสมชัยฯ ต่อสาธารณะ และเป็นอาญาแผ่นดิน ตนนำหลักฐานมาให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบก่อน ภายหลังตำรวจเรียกมาให้ปากคำ เพราะตรวจสอบในทางลับแล้วมีมูลจริง ตนได้เข้าให้ปากคำวันที่ 4 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา

พฤติการณ์แห่งคดี ระหว่างวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ถึงวันที่ 4 สิงหาคม 2569 นายสมชัยฯ กับพวก ได้แบ่งหน้าที่กันทำ โดยผู้ต้องหาที่ 1 ทำหน้าที่โพสต์เพจ “ปั่นไปไหน – สมชัย ศรีสุทธิยากร” โดยโพสต์ข้อความระดมทุนบริจาคเพื่อใช้ในการต่อสู้คดีต่อ กกต. โดยมีผู้ต้องหาที่ 2 ผู้ต้องหาที่ 5 และผู้ต้องหาอื่นในการร่วมกันเปิดบัญชีธนาคาร และนายสมชัยเป็นผู้กำหนดวางแผนให้ตั้งคณะกรรมการกองทุน โดยมีวัตถุประสงค์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการควบคุมการเรี่ยไร มาตรา 6 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ. ควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ. 2487 และไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และได้ไปซึ่งเงินของประชาชน โดยไม่น้อยกว่า 2,000 ครั้ง และถึงปัจจุบันยังเปิดรับบริจาคอย่างต่อเนื่อง และความเสียหายเป็นเงินจำนวนมาก ต่างกรรมต่างวาระ

หลังจากแจ้งความ ตนได้ยื่นหนังสือต่อประธานกรรมการ ปปง. ขอให้ตรวจสอบและดำเนินการ พ.ร.บ. ปปง. เพราะความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน อันเป็นความผิดมูลฐานการฟอกเงิน หลังจากนั้น ตนมากล่าวโทษในข้อหาร่วมกันฟอกเงิน สมคบกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ. ปปง. เป็นไปตามกฎหมายทุกประการ ไม่ได้ไปกลั่นแกล้งใคร เพราะตนเป็นผู้เสียหายและสูญเสียเงินจากการถูกหลอก

ดร.ณัฐวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ ตนได้ยื่นคำร้องคัดค้านการประกันตัวต่อพนักงานสอบสวนและผู้กำกับ สน.ทองหล่อไว้แล้ว หากไม่ดำเนินการ จะดำเนินคดีอาญากับผู้ที่เกี่ยวข้องฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือเสียหายแก่รัฐ ตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช. มาตรา 4, 172 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 86 และความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานในกระบวนการยุติธรรมปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตาม ป.อ. มาตรา 83, 157, 200

จึงสื่อสารไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการปฏิบัติหน้าที่ตามขั้นตอน ป.วิ.อาญา มาตรา 66 และตนขอคัดค้านประกันล่วงหน้าและยื่นหนังสือไว้แล้ว

วันจันทร์ที่ 7 กันยายน 2569 เวลา 10.30 น. ตนจะเดินทางไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยื่นหนังสือตามขั้นตอนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ปฏิบัติตามขั้นตอนกฎหมายตาม ป.วิ.อาญา ให้ครบถ้วน ไม่เลือกปฏิบัติ ถือว่าตนมาช่วย ผบ.ตร. หัวหน้าพนักงานสอบสวนทั่วราชอาณาจักร ตาม พ.ร.บ. ตำรวจ ในฐานะผู้เสียหาย ชี้ช่อง ชี้แนะ ให้ปฏิบัติตาม ป.วิ.อาญา ให้ครบถ้วน เพราะคดีมีอัตราโทษสูง เกรงว่าจะไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน ข่มขู่พยานและผู้เสียหาย ผู้ต้องหาไม่มีที่อยู่ที่แน่นอน หากผู้ต้องหาหลบหนี ใครรับผิดชอบ เพราะกลุ่มนี้เชื่อมโยงกับนายเพนกวิน ที่หนีหมายศาลไปต่างประเทศ อาศัยช่องธรรมชาติหลบหนี กระทบต่อการพิจารณาคดีของศาล

ส่วนภาพที่ปรากฏตามที่สื่อเสนอหน้า สน.ทองหล่อ วันดังกล่าว ตนเดินทางไปให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนเจ้าของสำนวนในฐานะผู้เสียหาย ในคดีกล่าวโทษนายสมชัยฯ กับพวก เมื่อให้การเสร็จ ติดเวลาพักเที่ยง ตนได้รอยื่นหนังสือต่อ พ.ต.อ.รัฐนนท์ เอกฐิติกุลพัทธ์ ผกก.สน.ทองหล่อ โดยต้องมีเจ้าหน้าที่แสตมป์ลงเลขรับตามระเบียบสารบรรณฯ แต่เจ้าหน้าที่พักทานอาหารกลางวัน ทำให้ต้องนั่งรอบริเวณชั้น 1 หน้าห้องพนักงานสอบสวน พร้อมกับพนักงานสอบสวนและทนายความส่วนตัว

เมื่อถึงเวลา 13.00 น. ตนพร้อมทนายความได้ขึ้นไปยื่นหนังสืออีกครั้ง และได้ลงมาจากบันไดชั้นสอง และจะเดินไปที่รถส่วนตัวที่คนขับรถจะนำมาจอดรถด้านหน้า สน. แต่กลับพบเห็นนายสมชัยฯ โดยบังเอิญ ได้ปั่นจักรยานมา ลักษณะจัดฉาก มีสื่อพร้อมทำข่าว และวิ่งตรงจุดที่ตนเดินอยู่ ตนสายตาสั้น เห็นและจำได้ จึงได้เดินไปถามว่า “ไปไหน” แต่นายสมชัยฯ เอาแฮนด์รถจักรยานเหล็กแข็งมากระทุ้งบริเวณ “เอว” ของตนก่อน ทำให้ตนเส้นกระตุก เพราะ “จั๊กจี้” และตกใจ “ใครจี้เอวตน ไม่ได้เลย” มันจั๊กจี้จริง ๆ ทำให้เส้นกระตุก จั๊กจี้ มือไม้ท่าทางจะออกท่าทางไปหมด ไม่ได้ตั้งใจกระทำและไม่มีเจตนาไปผลักรถจักรยานให้สมชัยล้มลง เพราะหากไม่เอาแฮนด์กระทุ้งเอวตนก่อน เหตุการณ์ไม่เกิดขึ้น ตนยังไม่แจ้งความเลย ถือว่าทำร้ายตน เรื่องเล็กน้อย

ส่วนภาพที่ปรากฏตามสื่อต่าง ๆ หลายภาพตัดต่อ บิดเบือนข้อเท็จจริง ในยุค AI ปัญญาประดิษฐ์ สามารถทำได้หมดด้วยโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ แพลตฟอร์มต่าง ๆ ตัดต่อว่า มีการใช้กำลังรุนแรงในพื้นที่ส่วนราชการ และเป็น “มีม” ไวรัล

เทคนิคจัดฉากขี่จักรยานยนต์ทุกครั้ง เพื่อให้เกิดภาพสงสาร ถามว่า รถยนต์ที่บรรทุกจักรยาน คุณเอาเงินจากไหนมาซื้อ เดี๋ยวได้ตรวจสอบกัน เพราะนายสมชัยไม่มีรายได้และไม่มีงานทำ

หากตนจะทำร้ายนายสมชัยฯ จริง เมื่อนายสมชัยได้นั่งลง และนั่งทำสำออย เหตุใดตนไม่กระโดดเตะปาก พี่น้องสื่อต้องฟังความสองฝ่ายและรับฟังความสองฝ่าย เพราะความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว

ส่วนสื่อมวลชนที่เป็นผู้หญิง ช่อง PPTV ที่ตนโต้เถียงด้วย ตนยืนยันว่า มีพฤติการณ์นำเสนอข่าวไม่เป็นกลางจริง เข้าข้างนายสมชัยฯ ไม่มีจริยธรรมสื่อ ที่ต้องเสนอข้อเท็จจริงให้ครบทุกด้าน เพราะตนเจอนักข่าวคนนี้ช่วงเช้าที่ ป.ป.ช. ที่ไปยื่นหนังสือต่อ ป.ป.ช. เวลา 10.30 น. พฤติกรรมออกตั้งแต่ตั้งคำถาม

ฝากผู้บริหาร PPTV จัดการด้วย ให้ยึดหลักจริยธรรมสื่อ ที่นำเสนอข่าวอย่างเป็นกลาง คำแถลงปรึกษาผู้บริหาร PPTV หรือยัง ระวังจะถูก กสทช. ดำเนินการนะ ตนจะให้ฝ่ายกฎหมายยื่นหนังสือต่อ กสทช. ว่า พฤติกรรมแบบนี้ ปล่อยปละละเลย ทำผิดเงื่อนไขใบอนุญาต กสทช. หรือไม่

นักข่าวภาคสนามเฉพาะคนนี้ นำเสนอข่าวไม่เป็นกลาง เอนเอียงไปฝ่ายนายสมชัยฯ แบบนี้ไม่เรียกนักข่าว เพราะจงใจใช้ความเป็นนักข่าวเสนอข่าวไม่เป็นกลาง ตนมีหลักฐานทั้งที่ ป.ป.ช. และหน้า สน.ทองหล่อ เดี๋ยวจะให้ฝ่ายกฎหมายไปยื่นต่อ กสทช. จะได้จัดการสื่อที่ไร้จริยธรรม ตนเน้นย้ำนะ เฉพาะบางคน แต่พี่น้องสื่อ PPTV หลายท่านมีความเป็นกลาง และเสนอข่าวครบถ้วนและรอบด้าน

ตนทำธุรกิจสื่อด้วย ในฐานะประธานกรรมการใหญ่ ผู้บริหาร บจ. AURELIEN GROUP และบริษัทในเครือ AG โดยบริษัท ไทย ไพรม์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด จะได้เห็นทีวีช่องใหม่ จะเป็นคู่แข่งกับทีวีดิจิทัล โดยตนเองพร้อมหุ้นส่วนลงทุนสูงหลักพันกว่าล้าน นำบริษัทยกระดับจดทะเบียนกับ ตลท. ขยับเป็นบริษัทมหาชนจำกัด

ส่วนประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ตนได้ลงนามไปแล้วเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ส่วนผู้บริหารและ บก. ตนจะลงนามในวันพรุ่งนี้ และจะแถลงข่าวเปิดตัวเร็ว ๆ นี้ ที่ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมเอราวัณ ราชประสงค์ กรุงเทพมหานคร

ส่วนข้อหาที่นายสมชัยฯ แจ้งความตนในคดีอาญา มาตรา 391, 392 เป็นความผิดเพียงลหุโทษ หากตนรับสารภาพ โทษแค่ปรับ แต่ตนปฏิเสธ เพราะไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมาย

ส่วนข้อหาทำให้เสียทรัพย์ ตาม ป.อ. ม. 358 นายสมชัยอ้างว่า รถจักรยานยนต์เป็นรอยและนาฬิกาที่สวมใส่มีรอยขีดข่วน ราคา 30,000 บาท ต้องไปพิสูจน์ให้ได้ก่อนว่า ตนทำลายทรัพย์สินอย่างไร ครบองค์ประกอบความผิดหรือไม่

แต่ตนบอกได้เลย “ไม่ได้กินเงินตนหรอก” เพราะตนไม่ได้กระทำโดยเจตนา เพราะใครจี้เอวตนไม่ได้ มันจั๊กจี้ มือไม้ไปหมด ให้ไปอ่านโครงสร้างความรับผิดทางอาญา ผู้กระทำต้องรู้สำนึกในการกระทำ ต้องมีการกระทำ ถึงจะมีเจตนา ตาม ป.อ. มาตรา 59 วรรคสอง ขาดองค์ประกอบความผิด

สัปดาห์หน้าจะมอบอำนาจให้ทนายความไปกล่าวโทษกับนายสมชัยฯ ตนจะแจ้งความกลับนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ในข้อหาแจ้งความเท็จฯ ตาม ป.อ. มาตรา 172, 173, 174 รวมถึงข้อหาทำร้ายร่างกายฯ โดยจะเล่นกลับคืนทุกดอก ให้พี่น้องสื่อมวลชนติดตาม

แหม เอาทนายความขี้กาก กระจอก มาร้องคัดค้านประกันตัวในคดีลหุโทษเนี่ยนะ ไม่มีใครเขาทำกัน ไม่รู้ว่าเรียนจบกฎหมายมาจากที่ไหนมา ที่รู้ ๆ คือ เป็นลูกน้องของนายยิ่งชีพ ไอลอว์ และทนายคนนี้เป็นผู้ต้องหาที่ 4 คดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ฟอกเงิน สมคบกันฟอกเงินด้วย

แต่เท่าที่รู้จากสายลับคนให้ข้อมูล กลุ่มนี้ “ไม่มีรายได้และไม่มีงานทำ” “อาศัยเงินบริจาคจากต่างประเทศ” ในการดำรงชีพและนำเงินมาทำลายองค์กร กกต. กับพรรคการเมืองฝ่ายค้านบางพรรค โดยกลุ่มนี้หลักลอยและไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งที่แน่นอน

ส่วนนายปริญญาหรือเอก ทำตัวเป็นกูรูกฎหมายรู้ทุกเรื่อง แต่กลับไม่รู้เรื่องของตนเอง เป็นอาจารย์เสื้อส้ม ให้ความเห็นไม่เป็นกลางและไม่เป็นไปตามวิชาการ ทำตัวเป็นศาลโซเชียล ตัดสินคนอื่น ตัวนายเอกเป็นคนดีคนเดียว ไม่เคยรู้ตัวเอง ตนไม่ให้ราคา ตนไม่เคารพ ยิ่งเอาตำแหน่งมาให้นายสมชัยฯ เป็นเครื่องมือในการทุจริตหลอกลวงประชาชนอีก ตนรับไม่ได้

สัปดาห์หน้า ตนจะไปยื่นหนังสือถึงอธิการบดี มธ. ตรวจสอบและให้ตั้งกรรมการสอบคดีวินัย จะได้รู้ว่า ตัวเองได้กระทำอะไรไว้กับพี่น้องประชาชนไว้ อย่าทำตัวเป็นพระเอก คนที่อายถึงสถาบันคือนายเอกหรือปริญญา มิใช่ตนเอง เพราะตนเรียนจบไม่เคยไปอ้างอิงสถาบัน มธ. เพราะตนจบ ดร. หลายสาขา หลายสถาบัน และไม่เคยไปหากินในคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ส่วนนายสมชัยฯ อดีต กกต. ตนไม่เคยให้ราคา สายลับของตนตรวจสอบอย่างละเอียด ไม่พบว่ามีการมีงานทำ อาศัยโซเชียลโพสต์เป็นรายวัน รายชั่วโมง อยู่ไม่ห่างจากสำนักงานใหญ่ของตนไม่เกิน 300 เมตร แถวถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี ตนไปซื้อสินค้าดอยคำ ที่จำหน่ายสินค้าน้ำหลากชนิด ที่ผลิตโดยบริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด

และไม่มีรายได้ อาศัยเงินจากอะไรดำรงชีพ อยากค้าความกับตน ก็พร้อมท้าชนทุกคดี ฟ้องมาฟ้องกลับ ไม่โกงกัน และจะเอาคืนทุกดอกภายในอายุความ

ส่วนตนกล่าวหานายสมชัยฯ ขณะนี้ 5 คดี ที่ สน.ทุ่งสองห้อง 2 คดี สน.บางโพ 1 คดี สน.ทองหล่อ 2 คดี และจะกล่าวโทษเพิ่มอีกพร้อมกับผู้บริหารสภาทนายความยกชุดในสัปดาห์หน้า พร้อมกับอุทธรณ์คำสั่งต่อสภานายกพิเศษ (รมว.ยุติธรรม) ตาม พ.ร.บ. ทนายความ ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ทราบเรื่องด้วย โดยตนทราบจากนายสมชัยฯ ได้นำมาโพสต์และตรวจสอบจากนายทะเบียนสภาทนายความ ทราบเรื่องเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 ผู้ต้องหากลุ่มนี้ทำเป็นขบวนการ มีหลักฐานจากนายสมชัยโพสต์ไม่น้อยกว่า 2,000 กรรม ความเสียหายจำนวนมาก แม้นายสมชัยจะอ้างว่าไม่เบิกเงินมาใช้ก็ดี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

You May Like

Subscribe US Now