จับตา ‘ธรรมนัส’ จากผู้นำฝ่ายบริหารสายปฏิบัติยุคภูมิรัฐศาสตร์ใหม่ “รู้ภาคเกษตร เข้าใจเกษตรกร” สู่บทบาทการเมืองฝ่ายค้าน

บก.

จับตา  ‘ธรรมนัส’  จากผู้นำฝ่ายบริหารสายปฏิบัติยุคภูมิรัฐศาสตร์ใหม่  “รู้ภาคเกษตร เข้าใจเกษตรกร” สู่บทบาทการเมืองฝ่ายค้าน ช่วยดันเสียงเกษตรกรสะท้อนเวทีรัฐสภาเข้มข้น ยกเป็น “ยุทธศาสตร์ความมั่นคงของชาติ” 

มีความเคลื่อนไหวจาก   “กลุ่มเกษตรก้าวหน้า ศรัทธาธรรมนัส ”  ได้รายงานเชิงวิเคราะห์สถานการณ์เรื่อง“ภูมิรัฐศาสตร์พลังงานกับสงครามอาหารโลก” ดังนี้

1) ทำไมช่องแคบฮอร์มุซจึงเชื่อมโยงกับชีวิตของเกษตรกรไทย

โลกในศตวรรษที่ 21 กำลังเปลี่ยนเข้าสู่ยุคที่ความมั่นคงของรัฐไม่ได้ถูกกำหนดเพียงด้วยกำลังทหารหรือขนาดเศรษฐกิจเท่านั้น แต่กำลังถูกกำหนดโดย ทรัพยากรพื้นฐานที่หล่อเลี้ยงมนุษยชาติ

ทรัพยากรสามชนิดที่กำลังกลายเป็นศูนย์กลางของสมการโลก คือ

พลังงาน อาหาร และปุ๋ย
(fuel food fertilizer)

ระบบทั้ง3 เชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง และกำลังถูกกำหนดโดยความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาคของโลก โดยเฉพาะความตึงเครียดระหว่าง
สหรัฐอเมริกา และ อิหร่าน
ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ในตะวันออกกลาง

หลายคนอาจมองว่าความขัดแย้งดังกล่าวเป็นเรื่องไกลตัว แต่ในความเป็นจริงแล้ว ความตึงเครียดในภูมิภาคนี้สามารถส่งผลกระทบต่อ ต้นทุนการผลิตอาหารของโลกทั้งระบบ

และ สิ่งสำคัญคือ สุดท้าย ผลกระทบเหล่านั้นจะมาถึง ไร่นาของเกษตรกรไทย ซึ่งเป็นคน อยู่ในระดับ ฐานรากของโครงสร้าง สังคมไทย

2) ช่องแคบฮอร์มุซ: คอขวดพลังงานของโลก

หนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญที่สุดของโลกคือ
ช่องแคบฮอร์มุซ

ช่องแคบแห่งนี้เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก โดยมีน้ำมันจำนวนมหาศาลจากตะวันออกกลางต้องผ่านพื้นที่นี้ก่อนจะส่งไปยังตลาดโลก

เมื่อเกิดความตึงเครียดระหว่าง
สหรัฐอเมริกา และ อิหร่าน
ตลาดพลังงานโลกจะตอบสนองทันที เพราะหากเกิดความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้น การขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซอาจถูกกระทบ

เพียงความเสี่ยงดังกล่าวก็เพียงพอที่จะทำให้ ราคาน้ำมันโลกผันผวน

และเมื่อราคาพลังงานเปลี่ยนแปลง ระบบเศรษฐกิจทั้งโลกก็จะได้รับผลกระทบตามมา

3) พลังงานกับปุ๋ย: จุดเชื่อมของระบบอาหารโลก

หลายคนอาจไม่ทราบว่า ปุ๋ยเคมีของโลกส่วนใหญ่ผลิตจากก๊าซธรรมชาติ

เมื่อราคาพลังงานเพิ่มขึ้น ต้นทุนการผลิตปุ๋ยก็จะเพิ่มขึ้นทันที

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โลกได้เห็นแล้วว่าราคาปุ๋ยสามารถเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวภายในเวลาไม่นานจากความผันผวนของตลาดพลังงาน

เมื่อราคาปุ๋ยเพิ่มขึ้น สิ่งที่ตามมาคือ
• ต้นทุนการผลิตอาหารสูงขึ้น
• ผลผลิตบางพื้นที่ลดลง
• ราคาสินค้าเกษตรในตลาดโลกผันผวน

นี่คือเหตุผลที่เราควร ต้องตระหนักและ เริ่มต้อง รู้จัก คำว่า

“Food–Fuel–Fertilizer Nexus”

ซึ่งหมายถึงความเชื่อมโยงของอาหาร พลังงาน และปุ๋ยในระบบเศรษฐกิจโลก ซึ่งต้องเกี่ยวข้องกับเกษตรกรซึ่งเป็นคนอยู่ในระดับฐานราก ที่นักการเมืองหลายคน“รู้แต่ไม่เข้าใจ”

4)สงครามอาหารในศตวรรษที่ 21

เมื่อระบบอาหารโลกเริ่มเปราะบาง ประเทศต่าง ๆ จึงเริ่มปรับยุทธศาสตร์ของตนเอง

หลายประเทศเริ่ม
• จำกัดการส่งออกอาหาร
• สะสมคลังอาหาร
• ลงทุนในที่ดินเกษตรในต่างประเทศ

สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าประเทศต่าง ๆ กำลังมองอาหารในฐานะ

“ทรัพยากรทางยุทธศาสตร์”

ประเทศที่สามารถผลิตอาหารได้เพียงพอจะมีความมั่นคงสูงกว่าประเทศที่ต้องพึ่งพาการนำเข้า

5) บทบาทของประเทศไทยในสมการโลกใหม่

ท่ามกลางความไม่แน่นอนของโลก
ประเทศไทย
มีศักยภาพสูงในการเป็นหนึ่งในฐานการผลิตอาหารสำคัญของโลก

ประเทศไทยมีข้อได้เปรียบสำคัญหลายประการ เช่น
• สภาพภูมิอากาศที่เหมาะสม
• ความหลากหลายของพืชอาหาร และ ชีวภาพ
• ประสบการณ์ และทักษะ ของเกษตรกร ในฐานะผู้ผลิตต้นน้ำ

สิ่งเหล่านี้ทำให้ประเทศไทยถูกเรียกว่า “ครัวของโลก”

อย่างไรก็ตาม ศักยภาพดังกล่าวยังเผชิญข้อจำกัดจากปัญหาเชิงโครงสร้างภายในประเทศ เช่น
• ความไม่มั่นคงของที่ดินทำกิน
• ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น
• โครงสร้างตลาดที่เกษตรกรมีอำนาจต่อรองต่ำ หรือไม่มีอำนาจต่อรองเลย

หากปัญหาเหล่านี้ไม่ได้รับการแก้ไข ประเทศไทยอาจไม่สามารถใช้ศักยภาพของตนเองในสมการโลกใหม่ได้อย่างเต็มที่ ถ้าเราไม่รู้ภาคการเกษตร และไม่เข้าใจเกษตรกร

6) เกษตรกรไทย: แนวหน้าของความมั่นคงทางอาหาร

ในโลกที่กำลังเผชิญความไม่แน่นอนสูง เกษตรกรไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิต ต้นน้ำ สินค้าเกษตรอีกต่อไป

พวกเขาคือ ผู้ดูแลความมั่นคงทางอาหารของประเทศ

แต่ความย้อนแย้งคือ กลุ่มคนที่ทำหน้าที่สำคัญที่สุดในระบบอาหาร กลับเป็นกลุ่มที่มีความเปราะบางที่สุดทางเศรษฐกิจ

รายได้ไม่แน่นอน
ต้นทุนสูง
หนี้สินเพิ่มขึ้น
ความจริงใจที่ภาครัฐมีให้กับกลุ่มเหล่านี้

สถานการณ์นี้สะท้อนว่า โครงสร้างเศรษฐกิจอาหารของไทยยังต้องการการปฏิรูปอย่างจริงจัง

7) ผู้นำสายปฏิบัติในยุคภูมิรัฐศาสตร์ใหม่

ในช่วงที่ผ่านมา การทำงานของ ธรรมนัส พรหมเผ่า
ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถูกกล่าวถึงในหลายพื้นที่ในลักษณะของการบริหารแบบ สายปฏิบัติ กล่าวคือ “ รู้ ภาคเกษตร และเข้าใจเกษตรกร”

การลงพื้นที่แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า
การจัดการสินค้าลักลอบนำเข้า
การผลักดันการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน การบริหารจัดการน้ำ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นที่ชื่นชอบของเกษตรกรซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางเหล่านี้

แนวทางดังกล่าวสะท้อนว่าการพัฒนาภาคเกษตรไม่สามารถพึ่งพาเพียงแนวคิดเชิงทฤษฎี แต่ต้องอาศัย การตัดสินใจทางการเมืองที่เข้าใจปัญหาจริงของพื้นที่

ในบริบทที่บทบาททางการเมืองกำลังเปลี่ยนแปลง การที่บุคคลซึ่งมีประสบการณ์ในภาคเกษตรกำลังจะทำหน้าที่ในเวทีฝ่ายค้าน อาจทำให้เสียงของเกษตรกรได้รับการสะท้อนในเวทีรัฐสภาอย่างเข้มข้นมากขึ้น

ซตพ: สิ่งซึ่งต้องพิสูจน์

โลกกำลังเข้าสู่ยุคที่

พลังงาน อาหาร และปุ๋ย กลายเป็นเครื่องมือทางภูมิรัฐศาสตร์

ความตึงเครียดระหว่าง
สหรัฐอเมริกา และ อิหร่าน
ซึ่งเชื่อมโยงกับพื้นที่ยุทธศาสตร์อย่าง
ช่องแคบฮอร์มุซ
อาจดูเหมือนไกลตัว

แต่ในความเป็นจริง ความผันผวนเหล่านี้สามารถส่งผลถึง ต้นทุนปุ๋ย ราคาพลังงาน และการผลิตอาหารของโลก

สำหรับ
ประเทศไทย
การดูแลภาคเกษตรจึงไม่ใช่เพียงนโยบายด้านชนบท
“แต่คือ ยุทธศาสตร์ความมั่นคงของชาติ”

ประเทศที่สามารถรักษาความมั่นคงด้านอาหารได้ จะเป็นประเทศที่มีเสถียรภาพในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

และเสียงของเกษตรกรจึงไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงเสียงของชนบท

แต่ควรถูกยกระดับให้เป็น “เสียงของยุทธศาสตร์ ความมั่นคงของ ชาติ”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

You May Like

Subscribe US Now