ขอบคุณ…ยูนิเซฟ “คุยไปเรื่อย”

บก.

ขอบคุณ…ยูนิเซฟ

     สัปดาห์ที่ผ่านมาปรากฏการณ์ “แอนตี้ยูนิเซฟ” ร้อนฉ่าในโลกออนไลน์ ส่วนอะไรเป็นเหตุทำให้ร้อนฉ่า คงไม่ต้องไปกล่าวถึง  และเป็นบทเรียนที่องค์การระดับโลกต้องกลับไปทำการบ้านเอาเองว่าจะแก้เกมที่เกิดขึ้นได้อย่างไร

แต่กระนั้นต้องขอขอบคุณองค์กรยูนิเซฟที่ทำให้คนไทยได้ตาสว่างและฉุกใจคิดกันว่า ทำไมต้องบริจาคให้ยูนิเซฟ ทั้งๆที่องค์กรไทยแท้ๆ มีอยู่มากมายที่ต้องการเงินบริจาค!

ที่สำคัญองค์กรยูนิเซฟในการรับรู้ของคนไทย คือองค์กรการกุศลระดับโลก  ในทางกลับกันคนไทยไม่เคยรู้เลยว่า องค์กรนี้ไปช่วยเหลือ ไปทำกิจกรรมบำเพ็ญกุศลที่ไหนบ้างในประเทศไทย

 ผู้เขียนใช้วิธีการสำรวจง่ายๆ ด้วยการป้อนคำถามใน “กูเกิ้ล”….ยูนิเซฟช่วยอะไรในประเทศไทย

     ผลการสำรวจ มีแต่ข้อความขอรับบริจาค ส่วนเคยบริจาคที่ไหนอย่างไรและเมื่อไหร่…มองไม่เห็น

แต่ผู้เขียนยังเชื่อว่ามีกิจกรรมช่วยเหลือ  แต่ไม่อยากเสียเวลานับชั่วโมง ในการค้นหาข้อมูลในด้านนี้ เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า

แบบว่า…มีเวลาได้คิด ถ้าไม่บริจาคยูนิเซฟแล้วจะไปบริจาคทึ่ไหนดี  และเป็นเรื่องบังเอิญที่ต้องเอามาอวยกัน เมื่อมือถือของผมที่กำลังค้นหาเรื่องราวของยูนิเซฟ ปรากกฎเรื่องราวของ”วิริยะประกันภัย” เป็นข่าวกิจกรรม CSR วิริยะประกันภัยร่วมปรับปรุงสถานีสุขภาพชุมชนบ้านนาประดู่ จ.อุบลราชานี

รับรู้แค่ผิวเผิน คงเป็นข่าวกิจกรรมทั่วไปที่องค์กรธุรกิจในประเทศไทยปฎิบัติกันอยู่เป็นอาจิณ  โดยเฉพาะองค์กรใหญ่ๆ มีเครือข่ายการทำกิจกรรมบำเพ็ญกุศลเป็นกิจลักษณะในระดับ”กองทัพจิตอาสา” มีงบประมาณในแต่ละปีชัดเจนว่าจะทำอะไร ที่ไหน  อย่างไร และเมื่อไหร่

แต่กิจกรรม CSR สถานีสุขภาพนาประดู่ ของวิริยะประกันภัย มันมีเรื่องราวมากกว่านั้น  เพราะสถานีสุขภาพนาประดู่ที่วิริยะประกันภัยเข้าไปปรับปรุง  มันไม่ใช่สถานีอนามัยของรัฐหรือสถานีที่เกิดจากงบประมาณของ อบต.

แต่เป็นสถานีที่เกิดจากการน้ำพักน้ำแรงของพนักงานวิริยะประกันภัยท่านหนึ่งที่สุ่มหัวคิดกับเพื่อนๆ เขียนโครงการCSR เข้าประกวดเพื่อชิงเงินรางวัลจากบริษัท

โดยวิริยะประกันภัยได้จัดทำโครงการ”คิดดีทำดี”ให้พนักงานทั่วประเทศ ส่งแผนงานเข้าประกวดชิงเงินรางวัล 1 แสนบาท เพื่อนำเงินนั้นไปสานฝันที่กลุ่มตนเองคิดดีไว้ทำให้สำเร็จ

สถานีสุขภาพนาประดู่ คือความสำเร็จที่เกิดขึ้น  และเป็นความสำเร็จที่ได้มีการสานต่อมาอย่างต่อเนื่องตลอด 14 ปี และมิใช่เฉพาะการสนับสนุนจากกลุ่มพนักงานวิริยะประกันภัยในพื้นที่เท่านั้น

แต่ยังมีเครือข่ายภาคประชาสังคมอื่นๆ หอบหิ้วหยูกยา เติมเต็มสิ่งที่ขาดให้สถานีนี้มี”ทรัพยกรสุขภาพ”ที่สมบูรณ์แบบอยู่ตลอดเวลา  และหมายรวมไปถึงการเป็นโมเดลที่ชุมชนอื่นๆ ได้เข้ามาศึกษาและนำไปก่อการจัดตั้งสถานีสุขภาพในชุมชนอื่นๆ อีกมากมาย

กลับมามองในภาพรวมในวิถีกิจกรรมสาธารณกุศลขององค์กรธุรกิจในประเทศไทย ยังเป็นกิจกรรมที่ต่างคนต่างทำ และยังไม่มีองค์กรไหนเข้ามาทำหน้าที่เป็นองค์กรกลางในการรวบรวมกิจกรรมสาธารณกุศลที่ภาคธุรกิจได้ดำเนินการไปว่า ใช้งบเท่าไหร่ ทำที่ไหน อย่างไรและเมื่อไหร่

 แต่ผู้เขียนประเมินว่าน่าจะมีหลายพันโครงการ งบรวมระดับพันๆ ล้านบวกๆ

คิดทีเล่นทีจริงเล่ามาเรื่อยอย่างนี้  เพียงแค่หวังว่าผู้บริหารองค์กรยูนิเซฟในประเทศไทยได้เหลือบมาอ่าน และเกิดความสว่างในความคิดว่า จะดึงความรักใคร่ความเชื่อใจของคนไทยกลับมาศรัทธาในองค์กรยูนิเซฟได้อย่างไร

แบบว่า…กลับมาได้ ถ้าเลิกแบมือ!

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

You May Like

Subscribe US Now